2006/Apr/08

กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ... ฮ่า ไฮ่

ได้ยินมานานและเมื่อได้สัมผัสด้วยตัวก็รู้ว่ามันใช่จริง ๆ เล่นกีฬาแล้วทำให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใส และยังเป็นยานอนหลับขนานดีของคนนอนยากอย่างเรา

คนเมืองร้อนมาอยู่เมืองหนาว ... ก็ปรับตัวยากอยู่ จะให้ออกไปวิ่ง ๆ เล่น ๆ ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ก็ทำใจไม่ค่อยได้ ก้าวท้าวออกจากบ้านเจอลมหนาวก็พาลเปลี่ยนใจไม่อยากทำไร ขอนอนอุ่น ๆ อยู่บ้านดีกว่า แต่เวลาว่างที่ต้องอยู่บ้านนาน ๆ มันก็อึดอัด เผลอไม่ได้ต้องหยิบมันฝรั่งมานั่งจ่อคอมพ์หรือไม่ก็ดูทีวี มันไม่ค่อยดีกับสุขภาพเท่าไหร่ เลยต้องหากระตุ้นตัวเองหน่อย ด้วยการสมัครฟิตเนสรายเดือน หรือคอร์สเรียนโยคะ แบบว่าเสียเงินแล้วต้องไปอะไรประมาณนั้น มันก็ได้ผลระยะสั้น ๆ เพราะเป็นพวกเบื่อง่ายต้องให้อะไรใหม่ ๆ ทำเรื่อย ๆ

คราวนี้เลยไปตีเทนนิสไปแบบฉายเดี่ยวเลยมิรู้จักใคร และแล้ววันนี้วันแรกก็สนุกสนานไม่น้อย เล่นกันบนคอร์ตดินกลางแจ้ง แรก ๆ ก็หนาวจนมือสั่นแต่ตีไปตีมาชักอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเหงื่อซึมหนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาช่างเดินเร็วยามเมื่อเราสนุกทุกทีสิน่า ก่อนกลับบ้านก็มานั่งดื่มอะไรเย็น ๆ เมาท์กันนิดหน่อยกับเพื่อนใหม่ ...

ได้เสียเหงื่อ ได้เพื่อนใหม่ สุขใจดีแท้

2006/Apr/05

วันนี้พอมีเวลาว่างให้เดินเตร็ดเตร่ในเมืองยามบ่าย เลยได้แวะไปอุดหนุนร้านประจำ Oil &Vinegar เป็นร้านขายของใช้วัสดุ เครื่องปรุงเกี่ยวกับการทำอาหาร เน้น ๆ ไปทางอาหารอิตาเลียน ฝรั่งเศส ทางร้านยังจัดเป็นกระเช้าของขวัญน่ารัก ๆ เป็นเซตไว้ด้วยหลายแบบ ... ชั้นชอบไปเดิน ๆ ดูเครื่องปรุงหลากหลาย ชุดจานชามเก๋ ๆ สำหรับใส่ของว่าง ที่พลาดไม่ได้คือชิม พวกดิพซอสจิ้มจุ่มกับของขบเคี้ยวทั้งหลายไม่ชิมไม่ได้เชียว

ก่อนออกจากร้านได้ของติดมือมาหนึ่งขวด ... ดิพซอสเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ มาไกลจากแอฟริกาใต้เชียว อร่อยใช้ได้ ราคาก็ไม่แพง อีชั้นเลยยอมจ่าย อีกอย่างไปเดินชิมซะทั่วร้าน เดินออกร้านมือเปล่าก็ยังไงอยู่เนอะ

p.s. Bedankt Oil &VINEGAR De culinaire cadeaushop, Hoorn

www.oilvinegar.com

2006/Apr/05

ด้วยอำนาจแรงดึงดูดของสิ่งอัศจรรย์ ... มันทำให้ชั้นยอมอดหลับอดนอน เดินทางค่อนคืนผ่านผืนทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ... สู่มหานครไคโร

รถบัสขนาดกลางกับเพื่อนร่วมเดินทางอีก 5 คน พวกเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เวลาตีสองของอียิปต์ ทุกอย่างเงียบสงบ รถบัสขับเคลื่อนออกจากตัวเมืองเพียงไม่กี่สิบนาที สองข้างทางก็มีแต่ความมืดมิด จะมีก็เพียงแสงดาวที่ส่งประกายระยิบอยู่บนฟ้า ชั้นพยายามข่มตาให้หลับเพื่อหวังว่าพรุ่งนี้เช้าจะได้ชมสิ่งมหัศจรรย์ด้วยความกระชุ่มกระชวย

ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงชั้นยังไม่หลับสนิท ฟ้าก็เริ่มสางแล้ว ... เราหยุดพักรับประทานอาหารเช้ายามพระอาทิตย์ขึ้น เมืองกลางทางระหว่าง Huragada และ Cairo

ฟ้าสว่างตาก็สว่าง ... ชั้นนั่งชมวิวที่รถบัสวิ่งผ่านริมทะเลแดงและภูเขาทรายตลอดเกือบสามชั่วโมง ตึกรามบ้านช่องเริ่มหนาตาขึ้น พื้นที่เกษตรกรรมสีเขียวชะอุ่มริมแม่น้ำไนล์ช่างต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือกับทะเลทรายที่ชั้นเพิ่งเดินทางผ่าน ชาวบ้านยังใช้รถลาลากจูงเป็นพาหนะให้เห็นผ่านตาริมทางเรื่อย และแล้วชั้นก็มองเห็นยอดสามเหลี่ยมแหลมอยู่ลิบ ๆ อีกหนึ่งอึดใจใหญ่ ๆ ชั้นก็มายืนอยู่ตรงนี้ ... มีสิ่งก่อสร้างอันอัศจรรย์ตระหง่านอยู่ตรงหน้า ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้ง อัศจรรย์จริง ๆ

พวกเราเพลิดเพลินกับการตระเวนไปจุดชมวิวรอบ ๆ ปิรามิด(ทั้งสาม) ดูการก่อสร้างพร้อมคำอธิบายของไกด์เจ้าถิ่น Sphinx ห้องทำปิรามิด ก็กินเวลาไปเกือบครึ่งวัน ก่อนพักทานอาหารกลางวันเราก็แวะไปร้านของฝาก ช่วงบ่ายได้เวลาไปพิพิธภัณฑ์ฯ ดูสุสานทองคำ มัมมี่ เสียดายจริง ๆ ที่ถ่ายรูปไม่ได้ พิพิธภัณฑ์มีสิ่งน่าสนใจมากมาย เมื่อยน่องแค่ไหนก็ยอมเดิน

ก่อนกลับคนขับรถพาวนดูเมืองเก่า เหมืองน้ำโบราณ มัสยิด รอบ ๆ ... แต่สายตาชั้นก็ยังสอดส่ายไปเจอยอดสามเหลี่ยมสามยอดเรียงกันลิบ ๆ อีกหนึ่งชั่วพริบตา แล้วรถบัสก็มุ่งหน้าสู่ทางใต้